11 พฤศจิกายน ความดีชาวอุบลประวัติศาสตร์ต่างชาติรำลึก

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 11.11 น. นายวิรุจ วิชัยบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางพวงมาลาใน “วันรำลึกแห่งความดีชาวอุบลราชธานี 11 พฤศจิกายน ประจำปี 2563 The monument of merit 11.11.2020” ณ อนุสาวรีย์แห่งความดี บริเวณทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี อนุสาวรีย์แห่งความดีชาวอุบลราชธานี ซึ่งนายทัศน์พล เรืองศิริ ผอ. สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี ได้มอบหมายให้ข้าราชการบุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัดอุบลราชธานี เข้าร่วมพิธีดังกล่าวฯ<<
>>>ย้อนหลังไปเมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา ในปี พ.ศ.2484 ประเทศญี่ปุ่นได้ส่งทหารเข้าสู่ประเทศไทย และได้จับทหารของฝ่ายสัมพันธมิตรไว้เป็นเชลยศึกจำนวนมาก จังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดหนึ่งที่ญี่ปุ่นได้ใช้เป็นที่กักกันเชลยศึกซึ่ง ประกอบด้วยชาวออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส ฯลฯ ทหารเหล่านี้ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส เป็นที่น่าเวทนาต่อชาวอุบลราชธานีที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ด้วยความเป็นคนมีจิตเมตาสงสาร จึงได้พากันนำเอาอาหารเครื่องนุ่งห่มมาให้เชลยศึกเหล่านี้ แต่ก็ได้รับการขัดขวางจากทหารญี่ปุ่น ถึงขั้นทำร้ายลงโทษ แต่ชาวอุบลฯ ก็ยังแอบเอาอาหารและเครื่องใช้ไปให้เชลยศึกเหล่านี้ ด้วยความเมตตาอย่างไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยความดีดังกล่าว ภายหลังสงครามมหาเอเชียบูรพาสิ้นสุดลง ฝ่ายสัมพันธมิตรซึ่งเป็นเชลยศึกเหล่านี้ ได้ถูกปลดปล่อย และได้ระลึกถึงคุณงามความดีของชาวอุบลราชธานี ที่มีจิตเมตตากรุณา จึงได้พร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์แห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการระลึกว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเขาได้เคยเป็นเชลยศึกอยู่ที่นี่ และได้รับความเมตตากรุณาจากชาวอุบลราชธานี จนทำให้มีกำลังในที่จะต่อสู้เพื่อให้ชีวิตรอดต่อไป และพร้อมใจกันให้นามอนุสาวรีย์แห่งนี้ว่า อนุสาวรีย์แห่งความดี (The Monument of Merit) โดยในวันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกปี จะมีชาวต่างประเทศเช่น ประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ ได้เดินทางมาที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสักการะและให้ความสำคัญกับอนุสาวรีย์แห่งความดี ที่เชลยศึกและลูกหลาน ได้สร้างไว้เป็นอนุสรณ์<<<
ความเป็นมา>>ช่วงปี 2484 -2488 ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ทหารญี่ปุ่นได้ต้อนเชลยศึกชาวต่างชาติ ทั้งอเมริกา อังกฤษ ออสเตลีย ฮอนแลนด์ และประเทศพันธมิตร 3พันกว่าคน มาที่ค่ายกักกันที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยให้ทำงานหนักเพื่อสร้างสนามบินเครื่องบินรบของญี่ปุ่น และให้อดข้าวอดน้ำ จนทยอยเสียชีวิตกันไปหลายคน แต่ได้มีชาวไทยกลุ่มหนึ่ง นำโดยคุณยายไหล ศิริโสตร์ เสียงตาย แอบนำข้าวต้มมัด กล้วย มันต้ม ยารักษาโรค และน้ำ มาให้เหล่าเชลย ประทังชีวิต ไม่อดตาย จนกระทั้งสงครามยุติ เหล่าเฉลยศึกได้กลับไปประเทศตนเอง และได้รวบรวมเงิน ย้อนกลับมาซื้อที่ดินผืนหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อสร้างเป็นอนุเสาวรีย์แห่งความดี เพื่อรำลึกถึงความดีของชาวไทยที่อุบลราชธานี ที่เคยเสี่ยงตายช่วยชีวิตไว้ และวางช่อดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของการขอบคุณ วีรบรรพชนอุบลราชธานี ซึ่งพ่อเมืองอุบล ในสมัยนั้นก็เห็นความสำคัญ จึงได้ร่วมกันกับ ลูกหลานเหลนโหลนเชลยศึกจัดพิธี วางพวงดอกไม้สืบต่อกันมา ในวันที่ 11 เดือน 11 ของทุกๆปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *